WHA Group โชว์งบไตรมาส 1 กำไรสุทธิ 2,075 ล้านบาท โต 52.1%
WHA Group โชว์งบไตรมาส 1 กำไรสุทธิ 2,075 ล้านบาท ลุยปิดดีลขายที่ดินลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวด ไตรมาส 1 ปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 5,193 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,075 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 5,181 ล้านบาท และกำไรปกติ 2,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% (Y-Y) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยที่ทำให้กำไรปกติมาจากการเติบโตของ 5 กลุ่มธุรกิจ
ธุรกิจโลจิสติกส์ มีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารรวม 3,092,621 ตร.ม. สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ และส่วนแบ่งกำไรฯ และธุรกิจโมบิลิตี้ ทั้งสิ้น 533 ล้านบาท และไฮไลท์สำคัญในไตรมาสแรกมีโครงการที่ได้รับการคัดเลือก (Award) จากบริษัทค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้านชั้นนำ ที่มีความต้องการเช่าคลังสินค้าคุณภาพสูงประเภท Built-To-Suit พื้นที่ราว 40,000 ตร.ม. เป็นมูลค่าสัญญากว่า 1,600 ล้านบาท
ขณะเดียวกันยังมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง บนพื้นที่ประมาณ 35,000 ตร.ม. โดยเป็นการเซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิต/จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น และจากกรณีการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้ลูกค้ามีความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าสำรอง (Overflow) เพิ่มขึ้น
โดยบริษัทขยายโครงการใหม่ รองรับความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าเพิ่ม ได้แก่ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 เฟส 3 และ WHA Mega Logistics Center บางนาตราด กม. 23 Inbound รวมพื้นที่กว่า 380,000 ตร.ม. ส่วนประเทศเวียดนาม บริษัทเปิดตัวศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์ แห่งแรกของ WHA ภายในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน พื้นที่ 37,500 ตร.ม. และได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัด Thanh Hoa เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ในพื้นที่ 300 ไร่
ขณะที่ทรัสต์เพื่อการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) ในปีนี้ บริษัทมีแผนการขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART รวมประมาณ 70,000 ตร.ม.มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยล่าสุดบอร์ดได้อนุมัติการขายสิทธิการเช่าและสิทธิการเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องของทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมให้กับกองทรัสต์ WHART เป็นพื้นที่รวม 32,524 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่ารวม 808 ล้านบาท
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ไตรมาส 1/2568 มียอดขายที่ดิน จำนวน 876 ไร่ และยอด MOU อยู่ที่ 1,311 ไร่ และสามารถรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในไตรมาส 1/2568 รวม 3,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 69% มีสาเหตุหลักจากยอดโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับราคาขายที่ดินในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับการย้ายฐานการลงทุน/การผลิต (Relocation) มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 มียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้าที่สูงถึง 1,538 ไร่
นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ เพิ่มอีก 1 โครงการ พื้นที่ราว 450 ไร่ และยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์จากประเทศอเมริกา จีน และยุโรป รวมถึงกลุ่มภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีแผนการตั้งฐานการผลิตในไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีการลงนาม MOU สำหรับการซื้อที่ดิน รวมกว่า 500 ไร่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ณ ไตรมาส 1/2568 WHA Group มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 16 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่กำลังก่อสร้างและรอการพัฒนารวม 7 โครงการ บนพื้นที่ 9,681 ไร่ ล่าสุด มีการพัฒนาพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) เฟส1 พื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ “Smart Eco Industrial Estate” ที่มุ่งเน้นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ขณะที่ประเทศเวียดนาม มี 2 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง พื้นที่รวม 2,297 ไร่ และอีก 1 โครงการ มีขนาดพื้นที่ 1,094 ไร่ อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัด Thanh Hoa เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม พื้นที่รวม 4,000 ไร่
ธุรกิจสาธารณูปโภค(น้ำ) ไตรมาส 1/2568 ผลประกอบการธุรกิจน้ำยังมีแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่อง โดยรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคจากการดำเนินงานรวม เท่ากับ 747 ล้านบาท จากปริมาณยอดขายและบริหารน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เท่ากับ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งเป็นยอดจำหน่ายน้ำในประเทศไทย จำนวน 30.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ลดลงเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำดิบและน้ำเพื่ออุตสาหกรรมที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ปริมาณยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม (Value-added Product) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของลูกค้าใหม่ ขณะที่ยอดจำหน่ายน้ำในประเทศเวียดนาม ตามสัดส่วนการถือหุ้นเท่ากับ 9.1 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของยอดจำหน่ายน้ำของโครงการ Duong River ที่การขยายพื้นที่การให้บริการให้กับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่
ธุรกิจไฟฟ้า ไตรมาส 1/2568 บริษัทรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์เท่ากับ 132 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าจากการดำเนินงานเท่ากับ 176 ล้านบาท โดยธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไตรมาสแรก มีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Private PPA เพิ่มจำนวน 15 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 มีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Private PPA สะสมจำนวน 305 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 980 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้ว 704 เมกะวัตต์ (เป็นพลังงานหมุนเวียน 176 เมกะวัตต์) และที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 277 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด
ไตรมาสแรก บริษัทมีปริมาณการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 49 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้น 44% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีโครงการระหว่างก่อสร้างที่คาดจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ กว่า 100 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff เฟส 1 จำนวน 5 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 125.4 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีการลงนามในสัญญาเสร็จสิ้นแล้วทุกโครงการ
ธุรกิจดิจิทัล ทำโครงการ Digital Transformation พร้อมทั้งมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น การพัฒนา โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ โดยบริษัทได้ตั้งเป้ายอดการใช้งาน แพลตฟอร์มที่ 900 คัน ภายในปี 2568 และได้เปิดให้บริการแอปพลิเคชัน WHASApp โดยตั้งเป้าผู้ใช้งานภายในปีนี้ 4,000 ราย
ธุรกิจโมบิลิตี้ ไตรมาส 1/2568 มียอดการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 360 คัน ทั้งนี้บริษัท เดินหน้าพร้อมให้บริการโมบิลิกส์ (Mobilix) ด้วยการสร้าง Built-to-Suit EV ecosystem of Logistics ที่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและการให้บริการอย่างครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย 3 บริการหลัก คือ
บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) เป็นบริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) บริการเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์การจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้ WHA Group จ่ายเงินปันผลประจำปี 2567 เพิ่มเติมอีก 0.1237 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ได้มีการขึ้นเครื่องหมาย XD ไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา และกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นี้ ขณะเดียวกัน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ A- แนวโน้ม “คงที่” สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท รวมถึงความสำเร็จจากการออกหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2568 มูลค่าเสนอขาย 4,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.69%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB